ขมิ้นชันต้านมะเร็ง

ขมิ้นชันต้าน มะเร็ง 20 ชนิด

ขมิ้นชันต้านมะเร็ง 20 ชนิด
ขมิ้นชันต้านมะเร็ง 20 ชนิด

ของดีในสมุนไพรไทย ขมิ้นชัน ต้านมะเร็ง 20ชนิด

ขมิ้นชัน ต้านมะเร็ง 20 ชนิด !เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยิน ได้รับรู้มาบ้างว่าขมิ้นชันมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง วันนี้ นายขมิ้นชันจึงขอขยายความเพิ่มเติมในส่วนของ ความพิเศษเกี่ยวกับการต้านมะเร็งมาให้ได้ทราบกัน มีงานวิจัยจำนวนมากที่พบคุณสมบัติและมีสรรพคุณทางยาของขมิ้นชัน และในแต่ละสายพันธุ์ก็ให้สรรพคุณแตกต่างกันไป ในบันทึกการวิจัยงานสมุนไพรพื้นบ้าน พบว่า ยิ่งเป็นขมิ้นชันเหง้าเล็กๆและมีสีส้มจัด มีกลิ่นแรงจะออกฤิทธิ์เชิงยามากกว่าขมิ้นชันเหง้าใหญ่และกลิ่นอ่อน ถ้าเราจะพูดถึงสรรพคุณของขมิ้นชัน เรามักจะคุ้นเคยกับการใช้ขมิ้นชันรักษาอาการท้องอืด รักษาแผลในกระเพาะด้วยฤทธิ์ของเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชัน ในวิถีชาวสมุนไพรจะใช้ขมิ้นชันในการรักษาแผลในกระเพาะ ด้วยการนำเอาผงขมิ้นชันในปริมาณ 500 มิลลิกรัมนำมารับประทาน วิธีคือปั้นผงขมิ้นชันผสมกับน้ำผึ้ง ทำเป็นลูกกลอน กินครั้งละ 1 – 2 แคปซูล กินหลังอาหาร 3 เวลา รวมก่อนนอนอีกหนึ่งครั้ง

แต่ในวิธีนี้จะต่างจากสูตรขมิ้นชันนวัตกรรม สูตรนาโน ของ ดร.ณสพณ โพธิ์วิจิตร สูตรของเรามีความแตกต่างในด้านความสามารถในการละลายน้ำ ในอีกด้านหนึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการบำรุงผิวพรรณ มีการประยุกต์ใช้สำหรับทาผิว บำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง จากตำราที่มีมายาวนาน ว่ากันว่า เกินหลักพันปี แต่ไม่แน่ใจนักว่าในสมัยก่อนนั้น จะทราบกันหรือไม่ว่า ในขมิ้นชันมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามิน E ถึง 80 เท่า ในขมิ้นชันมีสารสำคัญ 3 ตัว

1. สารเคอร์คูมินอยด์ ในสารเคอร์คูมินอยด์ยังมีสารประกอบย่อยอีก 3 ตัวคือ สารเคอร์คูมิน สารเมทอกซี่เคอร์คูมิน และสารบิสดีเมท็อกซี่เคอร์คูมิน

2. สารเทอร์เมอโรน (Turmerone)

3. สารซิงจิเบอร์รีน (Zingiberence)

โดยเฉพาะสารเคอร์คูมินจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องการความเสื่อมของเซลล์ เรามักจะเห็นส่วนผสมของขมิ้นชันในเครื่องสำอาง รวมถึงครีมในสปาเสริมความงามต่างๆมากมาย ในส่วนของคุณสมบัติของขมิ้นชันเกี่ยวข้องกับมะเร็งง ป้องกันได้อย่างไรนั้นมีงานวิจัยจากทั่วโลก ได้ทำการทดลองจนสามารถสรุปได้ว่า ขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง ต้านอนุมูลอิสระ

เราสามารถแบ่งความสามารถของ ขมิ้นชัน ต้านมะเร็ง รวมกว่า 20 ชนิด!‼

1. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

2. มะเร็งกระดูก

3. มะเร็งเต้านม

4. มะเร็งปากมดลูก

5. มะเร็งรังไข่

6. มะเร็งต่อมลูกหมาก

7. มะเร็งช่องปาก

8. มะเร็งหลอดอาหาร

9. มะเร็งกระเพาะอาหาร

10. มะเร็งลำไส้

11. มะเร็งตับ

12. มะเร็งตับอ่อน

13. มะเร็งไต

14. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

15. มะเร็งปอด

16. มะเร็งเม็ดสี

17. มะเร็งประสาท

18. มะเร็งต่อมไทมัส

19. มะเร็งสมอง

20. มะเร็งเม็ดเลือดขาว

ขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเกิดมะเร็งได้ จากงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า การออกฤทธิ์ของ สารเคอร์คูมินอยด์ ในขมิ้นชันนั้นครอบคลุมทุกกลไกของการเกิดมะเร็ง เช่น ทำลายอนุมูลอิสระ ป้องป้องไม่ให้เซลล์ปกติเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็ง ป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งเติบโต (เซลล์หยุดแบ่งตัว ที่ระยะ G2) ทำให้มะเร็งฝ่อตาย ยับยั้งการอักเสบ (COX I, COX II, 5-LOX, iNOS) กระตุ้นเอนไซม์ที่ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นกลูตาไทโอน-เอส-ทรานส์เฟอเรส (GST) ที่เปลี่ยนสารพิษให้เป็นสารไม่มีพิษ ยับยั้งการทำงานของสารพันธุกรรมที่ทำให้เกิดการอักเสบ ยับยั้งไม่ให้เกิดหลอดเลือกใหม่มาเลี้ยงเซลล์มะเร็ง (angiogenesis) ลดการเกิดเบตาแคทีนิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในลำไส้ (Kunnumakkara, Anand and Aggarwal, 2008; Duvoix, และคณะ, 2005) จึงทำให้ขมิ้นต้านมะเร็งได้มากชนิดที่สุด และยังทำให้เซลล์มะเร็งไวต่อการรักษาด้วยรังสี

มีการทดสอบทางพิษวิทยาแล้วว่า ขมิ้นไม่มีพิษและผลข้างเคียงใดๆ แม้ว่าจะกินในปริมาณมากก้ตาม มีการให้หนูที่มีขนสีขาวกินขมิ้นจนขนเป็นสีเหลือง แต่ก็ไม่เกิดความเป็นพิษ แพ้พิษเฉียบพลัน และพิษแบบเรื้อรัง นอกจากนี้ยังมีการทดลองทดสอบความเป็นพิษของขมิ้นกับเซลล์ตับของมนุษย์ในห้องทดลอง พบว่าที่ความเข้มข้นมาตรฐาน 10 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ขมิ้นไม่มีพิษต่อเซลล์ตับของมนุษย์ แต่ยังไม่มีการทดสอบพิษวิทยาในคน องค์การอนามัยโลกจึงได้ใช้ค่าเฉลี่ยการบริโภคขมิ้นของประชากรในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่กินขมิ้นมากและกินเป็นเวลานาน เป็นค่าแนะนำที่ 150 มิลลิกรัมต่อวัน (National Toxicology Program, 1993) หากต้องการทานแบบเน้นปริมาณเคอร์คูมิน มีการให้คำแนะนำว่า ไม่ควรทานเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ท่อน้ำดีอุดตัน ไม่ควรกินขมิ้น เพราะอาจทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้

งานวิจัยปัจจุบัน นำขมิ้นมาใช้รักษามะเร็งควบคู่กับยารักษามะเร็งพบว่า ขมิ้นช่วยเสริมฤทธิ์ยาได้หลายเท่า ผู้ป่วยสามารถกินขมิ้นควบคู่กับยารักษามะเร็งได้ สำหรับการวิจัยพัฒนายารักษามะเร็งจากขมิ้น

ดังนั้นจึงอยากจะแนะนำให้เริ่มต้นกินขมิ้นชันกันตั้งแต่วันนี้เลยจะดีกว่าไหมครับ…..ด้วยข้อจำกัดของสารเคอร์คูมินดูที่ดูดดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยมาก เรากินขมิ้น 10-12 กรัม พบว่า สารดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตเพียง 50 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร หรือลดลง 20 ล้านเท่า (Vareed, และคณะ, 2008) แต่หากกินร่วมกับพริกไทยดำสารเคอร์คูมินอยด์จะดูดซึมได้ดีขึ้น ซึ่งสารพิเพอรีน (Piperine) ในพริกไทย 1 เปอร์เซ็นต์ ช่วยเพิ่มการดูดซึมเคอร์คูมิน 2000 เท่า (สองพันเท่า) (Shoba, และคณะ, 1998) ดังนั้น หากเรากินแกงที่ใส่ขมิ้น เช่น แกงเหลือง หรือแกงกะหรี่ คุณก็จะได้รับสารที่ดีจากขมิ้น ถ้าหากว่าเราไม่สามารถกินอาหารที่ใส่ขมิ้นได้ทุกวัน ก็สามารถกินขมิ้นชันที่บรรจุในแคปซูลได้ แนะนำให้กินขมิ้นสดหรือขมิ้นแคปซูลวันละ 1-2 แคปซูล จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการก่อตัวของเนื้อร้าย โดยสามารถกินหลังอาหาร โดยเฉพาะพริกไทย เพราะจะทำให้การดูดซึมของขมิ้นดีขึ้น หรือในรายที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ก็สามารถกินขมิ้นเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องก่อนอาหารได้

(Visited 1,137 times, 1 visits today)