สังเกตุอาการ กรดไหลย้อน 3 ระยะ

รู้ทันกรดไหลย้อน 3 ระยะ

อาการ โรคกรดไหลย้อน

อาการ กรดไหลย้อน  สามารถแบ่งตามความรุนแรงตามลำดับขั้นของการเกิดโรคนี้ได้ 3 ระยะ แบบรู้เท่าทันทุกระยะของอาการกรดไหลย้อน หากเข้าใจหลักของโรคนี้ การแก้ไขปัญหาที่อาจสะสมมาเป็นเวลานานจะทำให้เห็นผลดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม

โรคกรดไหลย้อน หรือ GERD (Gastroesophageal Reflux Disease) เป็นโรคที่พบได้ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ เกิดจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร ผลกระทบส่งผลทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกหรืออาการขย้อน เรอมีรสเปรี้ยว ทำให้คุณภาพชีวิตเราแย่ลงได้

โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคในระบบทางเดินอาหาร ที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร สาเหตุหลักๆคือระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี จึงเกิดปัญหาตามมาหลายประการ

หากเราลองนึกถึงระบบทางเดินอาหารของคนเรา เราคงพอจะนึกภาพออก ตั้งแต่เราทานอาหาร เริ่มที่ช่องปาก ผ่านลำคอ หลอดอาหาร ลงไปที่กระเพาะอาหาร ลำไส้

สาเหตุแห่งการเกิด อาการ กรดไหลย้อน นั้นมีหลายประการ

  1. ความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหารที่ทำหน้าที่ป้องกันการไหลย้อนของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร มีความดันของหูรูดต่ำหรือเปิดบ่อยกว่าในคนปกติ ความผิดปกติเหล่านี้ อาจมีสาเหตุมาจากการการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรืออาจเกิดจากผลข้างเคียงของการใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคหอบหืดบางตัว
  2. ความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้อาหารที่รับประทานลงช้าหรืออาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารนานกว่าปกติ
  3. ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานกว่าปกติ ทำให้เพิ่มโอกาสการไหลย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหารมากขึ้น อาหารประเภทไขมันสูงและช็อกโกแลตจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง

แม้ว่าอาจจะไม่ใช่โรคที่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ก็เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคเสื่อมอื่นๆตามมาได้ อีกทั้งยังทำให้หลายท่านต้องเสียเวลา และค่ารักษาพยาบาลมากมายในการตามหาวิธีการรักษา

โรคกรดไหลย้อน เมื่อเป็นแล้ว อาจส่งผลให้ทรมาน รบกวนคุณภาพชีวิต แต่หากเข้าใจและปรับตัวให้ทัน จากโรคที่น่ารำคาญและเสี่ยงที่จะลุกลามเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้ ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ หายได้จากโรคนี้ ลองมาทำความเข้าใจในมุมของการก่อให้เกิดความรุนแรงตามระยะของโรค ดังต่อไปนี้

เราอาจแบ่งความรุนแรงของกรดไหลย้อนได้ 3 ขั้น

ข้อสังเกตุ อาการกรดไหลย้อนระยะที่ 1
อาการ โรคกรดไหลย้อนระยะที่ 1

กรดไหลย้อนขั้นที่ 1

อาการในระยะนี้ที่จริงก็คือ “โรคกระเพาะอาหาร” เราดีๆ นี่เอง ส่วนมากจะพบว่ามีลมดันขึ้นมาก ทานอาหารแล้วจุกแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องแข็ง ทั้งนี้เป็นเพราะการย่อยอาหารไม่มีประสิทธิภาพ ในกระเพาะอาหาร ลำไส้จึงมีลมและแก๊สที่เกิดจากอาหารตกค้างในลำไส้อยู่มาก

สาเหตุของโรค ในขั้นนี้ส่วนมากจะเกิดจากพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น ทานอาหารไม่ตรงเวลา ทำให้กระเพาะอาหารไม่สามารถหลั่งน้ำย่อยมาตามเวลาที่เหมาะสมได้ กล่าวคือ เวลาทานอาหารกลับไม่มีน้ำย่อย แต่มีน้ำย่อยเวลาที่ไม่มีอาหาร ทำให้การย่อยไม่สมบรูณ์ การไม่ทานอาหารเช้า ชอบดื่มกาแฟแทนอาหารมื้อเช้า (กาแฟมีค่าความเป็นกรด) การดื่มกาแฟแทนอาหารเช้ายิ่งแย่ไปใหญ่ เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย เมื่อดื่มกาแฟแต่ไม่ทานอาหารเช้า น้ำย่อยที่หลั่งออกมาก็จะไปกระทบกับเยื่อบุกระเพาะอาหารของเรานั่นเอง ดังนั้นคนที่ชอบกาแฟ หากดื่มกาแฟในมื้อเช้าเป้นประจำ ก็ต้องทานอาหารเช้าด้วย และอีกหนึ่งสาเหตุที่หลายๆคนคิดไม่ถึงคือ การดื่มน้ำมากหรือทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็นเกินไปในเวลาทานอาหาร การทำแบบนี้จะทำให้น้ำย่อยเจือจาง ทำให้การย่อยอาหารไม่มีประสิทธิภาพ

การแก้ไขปัญหากรดไหลย้อน ในะระยะนี้ ถือว่าเป็นระยะที่แก้ได้ง่ายที่สุด กล่าวคืออาการของโรคกระเพาะอาหารนี้สามารถแก้ไขได้ง่ายเพราะอาการยังไม่ถึงขั้นเรื้อรัง วิธีแก้ไขคือการเร่งปรับพฤติกรรมที่ทำให้การย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ และ ใช้สมุนไพรช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร ปรับระบบการหลั่งน้ำย่อยให้ออกมาตรงเวลา

แก้กรดไหลย้อนขั้นที่ 1 ด้วยเทคนิคการปรับพฤติกรรม

  1. ทานอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ เพื่อให้กระเพาะอาหารปรับเวลาการหลั่งน้ำย่อยได้อย่างเหมาะสม
  2. ต้องทานอาหารเช้าไม่เกิน 9 โมงเช้า (เป็นเวลาการทำงานของกระเพาะอาหารตามเวลาชีวิต) เป็นเวลาที่กระเพาะอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพและน้ำย่อยถูกหลั่งออกมามากที่สุด
  3. ลดการดื่มน้ำขณะทานอาหาร โดยเฉพาะน้ำเย็น กาแฟ ชาเย็น น้ำอัดลม นม น้ำเต้าหู้ ในระหว่างมื้ออาหาร เพราะทำให้น้ำย่อยเจือจาง การย่อยไม่มีประสิทธิภาพ
  4. ไม่ควรทานอาหารดึกเกิน 2 ทุ่ม เพราะเป็นช่วงที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเหลือน้อยแล้ว หากต้องการทานแนะนำให้ทานอาหารอ่อน เช่น ธัญพืชชงหรือน้ำนมข้าวแทนเพราะย่อยและถูกดูดซึมได้ง่าย
  5. ไม่ควรทานผลไม้ฤทธิ์เย็นใกล้ช่วงเวลาอาหาร เช่น น้ำมะพร้าว, น้ำส้ม, น้ำแตงโม, แก้วมังกร
  6. เลือกทาน ขมิ้นชันสูตรนาโน ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมได้
ข้อสังเกตุ อาการกรดไหลย้อน ระยะที่ 2
อาการ โรคกรดไหลย้อนระยะที่ 2

กรดไหลย้อนขั้นที่ 2

ระยะนี้มักจะมีอาการหายใจไม่สุด เหนื่อยง่าย หงุดหงิดง่าย เป็นระยะที่ลำไส้มีจุลินทรีย์ไม่ดีอยู่ในปริมาณมาก

ในระยะนี้จะมีอาการที่สังเกตได้ง่ายๆคือ อาหารย่อยยาก ทำให้เกิดการหมักหมมในลำไส้จนสามารถสร้างแก๊สมาก ทำให้ ท้องอืด เฟ้อ มักจะมีหายใจได้ไม่สุด เหนื่อยง่าย เพราะลำไส้เริ่มโป่งพองจากลมจนเบียดกับกระบังลม ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ และเมื่อมีลมมากเกินไป จนดันขึ้นที่ส่วนบนของร่างกาย อาจจะนำพาเอาละอองน้ำกรด (น้ำย่อย) ขึ้นมาด้วย สามารถผ่านหูรูดกระเพาะอาหารได้ จนมีอาการแสบร้อนหน้าอก แสบคอได้ หลังจากนั้นระบบการขับถ่ายจะเริ่มทำงานผิดปกติ การถ่ายอุจจาระเริ่มไม่เป็นปกติ ท้องผูก ผายลมเหม็น หรืออาจมีอาการลำไส้แปรปรวน ท้องผูกสลับท้องเสีย เนื่องจากจุลินทรีย์ที่ดีลดลง จุลินทรีย์ตัวร้ายก็แข็งแรงขึ้น ขยายจำนวนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีอาการปวดตึงบ่าไหล่ เป็นประจำ เพราะเมื่อลำไส้เล็ก-ลำไส้ใหญ่ไม่สะอาด เกิดขยะและแก๊สสะสมเยอะ เส้นลมปราณลำไส้เล็ก-ใหญ่ ในช่วงระหว่าบ่าและไหล่จะเกิดการติดขัด ลมปราณไหลเวียนไม่สะดวก ในหลายคนที่มีอาการระยะนี้มักจะพบว่ามีกลิ่นปากและเกิดกลิ่นตัวได้ง่าย

สาเหตุ หลักๆคือมีอุจจาระตกค้างในลำไส้มากเนื่องจากอาหารไม่ย่อย ย่อยไม่ดี นานวันเข้าหากไม่ได้รับการแก้ไขจะเริ่มมีอาการกรดไหลย้อนขั้นที่ 2 คือ อาหารที่ค้างอยู่เดิมซึ่งย่อยได้ไม่หมด จะเริ่มกลายเป็นสารอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ตัวร้ายที่อาศัยอยู่ในลำไส้อยู่แล้ว ทำให้จุลินทรีย์ชนิดนี้แพร่กระจายจำนวนมากขึ้น ส่งผลทำให้จุลินทรีย์ดีซึ่งทำหน้าที่ช่วยย่อยสลายอาหารให้กลายเป็นสารอาหารที่มีอยู่ลดจำนวนลงเรื่อยๆ

วิธีแก้ปัญหากรดไหลย้อนขั้นที่ 2 

ปรับกระเพาะอาหารให้หลั่งน้ำย่อยตรงเวลา ขับลมในลำไส้ และปรับพฤติกรรมเช่นเดียวกับการรักษาในขั้นที่ 1 (โรคกระเพาะอาหาร)  แนะนำควรทานโปรไบโอติค (จุลินทรีย์ที่ดี) เสริม เพื่อช่วยย่อยสลายอาหารที่ตกค้างในลำไส้ และควบคุมปริมาณจุลินทรีย์ที่ไม่ดี

มีหลักที่ต้องแก้ไขเกี่ยวกับพฤติกรรมและการใช้ชีวิตประจำวันในขั้นนี้คือ ผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรังโดยมากเกิดจากความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อเกิดความเครียด ทำให้กล้ามเนื้อของอวัยวะต่างๆ หดเกร็ง รวมทั้งกระเพาะอาหาร ลำไส้ด้วย เวลาทานอาหารไม่ควรนั่งคุยเรื่องงาน เรื่องเครียด (เพื่อให้กล้ามเนื้อกระเพาะอาหารและลำไส้ผ่อนคลาย ไม่หดเกร็งจนย่อยอาหารลำบาก)

ข้อสังเกตุ อาการกรดไหลย้อน ระยะที่ 3
อาการ โรคกรดไหลย้อนระยะที่ 3

จุดเร่งความรุนแรงของโรคกรดไหลย้อน อยู่ในระยะที่ 3

กรดไหลย้อนขั้นที่ 3 สารอาหารในเลือดน้อยเกินไป

เป็นผลจากการดูแลและรักษาอย่างผิดวิธีหรือไม่ถูกต้อง และปล่อยให้มีอาการมานาน การดูแลและรักษาแบบปลายเหตุ (ทานยา) มาเป็นระยะเวลานานแล้วแต่ก็ไม่ได้ทำให้อาการดีขึ้น บางครั้งเหมือนว่าอาการหายไปแล้วแต่ก็กลับมาเป็นใหม่ และเริ่มมีผลกระทบหลายเรื่อง เช่นอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หัวใจเต้นเร็ว นอนหลับยาก และเริ่มเครียดกับปัญหาสุขภาพ

อาการที่มักจะเกิดขึ้นในขั้นนี้ หากพบมากกว่า 3-4 ข้อ ร่วมกับระยะเวลาที่เป็นมามากกว่า 1 เดือนให้ถือว่าเป็นกรดไหลย้อนขั้นที่ 3

  1. จุกแน่นบริเวณท้องจนถึงหน้าอก เนื่องจากมีลมในลำไส้และกระเพาะอาหาร
  2. หายใจได้ไม่สุด เหนื่อยง่าย เพราะลำไส้พองขยายตัวไปเบียดกับกระบังลม ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ในะยะยนี้จะสังเกตุได้ว่าเมื่อเราต้องการสูดหายใจให้ลึกๆแล้วทำไม่ได้เลย
  3. มีอาการจุกแน่น แสบหน้าอก อยากอาเจียน เพราะลมพาเอาละอองน้ำย่อยขึ้นมา
  4. เรอ เปรี้ยว หรืออาจมีน้ำรสขมร่วมด้วย แสบร้อนที่ลำคอ
  5. การขับถ่ายอุจจาระไม่เป็นปกติ ลักษณะไม่เป็นก้อน ถ่ายไม่หมด บางคนถ่ายทั้งวัน แต่ไม่ใช่อาการท้องเสีย
  6. หน้าตาและผิวพรรณทรุดโทรม ไม่ผ่องใส ริมฝีปากแห้งซีด เล็บเป็นคลื่นฉีกขาดง่าย
  7. ปวดบริเวณขมับ ศีรษะด้านข้าง หรือท้ายทอยบ่อยๆ เพราะเลือดไปเลี้ยงศีรษะได้น้อยลง
  8. นอนหลับไม่สนิท เนื่องจากหายใจได้เพียงสั้นๆ ทำให้มีออกซิเจนในเลือดและสมองน้อยลงเรื่อยๆ
  9. หิวบ่อยๆ อยากทานอาหารที่ได้พลังงานเร็วเช่น แป้ง ของหวาน เพราะสารอาหารในเลือดไม่เพียงพอ
  10. บางกรณีที่สารอาหารในเลือดน้อยมาก จนไม่เพียงพอหล่อเลี้ยงส่วนปลายของร่างกาย อาจมีอาการชาปลายมือ ปลายเท้า มึนศีรษะ ไม่ค่อยมีแรง หน้ามืด ไมเกรน ร่วมด้วย
  11. ประจำเดือนมีเลือดออกมาน้อย หรือ ไม่ตรงเวลา

สาเหตุของกรดไหลย้อนในระยะนี้ เกิดจากการสะสมของอาการในทุกระยะ เมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อนเป็นเวลานานระบบย่อยอาหารเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ทำให้การดูดซึมสารอาหารแย่ลงตามไปด้วย จนถึงขั้นที่สารอาหารในเลือดเริ่มเหลือน้อยลง ไม่สามารถถูกส่งไปหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกายได้เพียงพอ อวัยวะต่างๆ ในร่างกายล้วนต้องใช้เลือด เมื่อเลือดไม่เพียงพอ อวัยวะต่างๆ เช่น กระเพาะอาหาร ม้าม ตับ ก็จะปรับตัวทำงานลดลง

เคล็ดไม่ลับ แก้กรดไหลย้อน ได้ทุกระยะ

วิธีแก้ปัญหากรดไหลย้อนทุกระยะ ควรทำการขับของเสียออกจากลำไส้ ขับของเสียตกค้างในร่างกาย และการปรับระบบย่อยให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น ร่วมกับการเติมจุลินทรีย์ที่ดีให้ลำไส้อย่างต่อเนื่องแล้ว สิ่งที่จำเป็นต้องทำโดยด่วน คือการเพิ่มสารอาหารในเลือด เพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงขึ้น

การขับของเสียด้วยวิธีการการปรับลำไส้ ล้างลำไส้ นั้น เราขอแนะนำให้ลองปรับด้วยยาแผนโบราณ ธรณีสัณฑะฆาต  ซึ่งเป็นตำรับยาไทยที่กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณอยู่แล้ว บางครี้งเราเรียกว่า “ยาคลายเส้น” สาเหตุที่แนะนำเพราะว่าเป็นยาแผนโบราณที่มีสรรพคุณเพื่อแก้กษัย เถาดาน ท้องผูก เราสามารถสังเกตุตัวเองจากการขับถ่ายเป็นประจำในช่วงเช้าได้ว่า การขับถ่ายนั้นออกหมดหรือไม่ สบายท้องหรือไม่ ถ้ามีความรู้สึกว่าถ่ายไม่สุด นั่นหมายความว่าอาจจะยังมีของเสียที่ขับถ่ายไม่หมดตกค้าง สร้างลมและแก๊สสะสมจนเกิดอาการปวดหลังปวดเอว อึดอัดแน่นท้อง

การใช้ยาธรณีสัณฑะฆาตขับของเสียในลำไส้ ผลักดันเลือดลมให้เดินสะดวก ก็จะช่วยให้หายจากอาการปวดเมื่อยต่างๆ ตามที่ว่านี้ได้ ยาธรณีสัณฑะฆาตนี้ไม่มีส่วนผสมของกากไฟเบอร์ต่างๆ ดังนั้นจึงเหมาะกับการใช้แก้ปัญหาโรคกรดไหลย้อน

วิธีทาน

  1. ผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำ ให้ทาน 2-4 แคปซูล ก่อนนอน 5 วัน ทานน้ำมากๆระหว่างวัน และหากวันไหนท้องผูกจึงทานอีกครั้ง
  2. ผู้ที่มีลมในท้องมากเช่นเป็นโรคกรดไหลย้อน ทาน 2-3 เม็ดก่อนนอน 7 วันติดกัน หลังจากนั้นทานสัปดาห์ละ 2 วันจนกว่าจะหายดี
  3. ผู้ที่ต้องการทำความสะอาดลำไส้ ทานสัปดาห์ละ 1 วัน ครั้งละ 2-3 แคปซูลก่อนนอน

เมื่อทานยาธรณีสัณฑะฆาตแล้วจะปวดถ่ายในตอนเช้า โดยมากจะถ่ายเป็นน้ำและมีลมออกมามาก และระหว่างวันจะไม่รู้สึกปวดถ่ายบ่อยๆ

ในช่วงที่เราปรับการทำงานของระบบขับถ่าย เราสามารถเลือกใช้ขมิ้นชันสูตรนาโน กรีนเคอมิน และ เคอม่าแม็กซ์ เพื่อช่วยให้การดูแลโรคกรดไหลย้อนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ปัญหาโรคกรดไหลย้อน ต้องค่อยๆแก้ไขร่วมด้วยการกำหนด โภชนาการสู้กรดไหลย้อน

สอบถามเกี่ยวกับข้อมูลสมุนไพรนวัตกรรม ได้ตลอดเวลา ผ่านช่องทาง

Facebook : https://www/facebook.com/naikaminchan

Line@ : @naikaminchan

(Visited 23,175 times, 8 visits today)