วิธีแก้ปัญหา โรคกรดไหลย้อน ด้วยหลัก 3ส.

โรคกรดไหลย้อน แก้ให้หายขาด ด้วยหลัก 3ส.

โรคกรดไหลย้อน หายขาดด้วยหลัก 3 ส

โรคกรดไหลย้อน อาการแสบร้อนกลางอก จุกเสียด แน่น ในกระเพาะอาหาร อาการเรอเปรี้ยว มีน้ำรสขม แสบร้อนขึ้นมาที่ลำคอ หายใจได้ไม่ทั่วท้อง วิงเวียน ปวดหัวตึบๆอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงบางคนอาจมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย นี่คืออาการหลักๆที่มักจะพบในผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อน เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินได้ฟัง คนรอบตัวเราบ่นกับอาการเหล่านี้กันมาบ้างแล้ว

อาการของ โรคกรดไหลย้อน ที่แก้กันไม่หายขาดสักที เกิดมาจากสาเหตุใดบ้าง และเราจะสามารถพิชิตโรคนี้ให้หายขาดกันได้หรือไม่ ลองอ่านบาทความนี้ดูนะครับ

ภาวะกรดไหลย้อนรุนแรงขึ้น เมื่อเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

ปัญหาโรคกรดไหลย้อน อาจฟังดูแล้วไม่น่าจะร้ายแรง แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีอัตราการเกิดโรคนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่อาจเกิดจากการขาดการดูแลเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร การพักผ่อน หรือการใช้ชีวิตที่เร่งรีบจนเกินไป โดยสรุปแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตนั่นเองที่เป้นสาเหตุหลักของการแก้ยากของโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง

หลายๆครั้งที่นายขมิ้นชันได้มีโอกาสแนะนำหลักในการแก้ปัญหาในเรื่องกรดไหลย้อน (สูตรแก้กรดไหลย้อนด้วยหลัก 3 ส. คือ สุขภาพดี สุขภาพจิตใจดี และเสริมด้วยสมุนไพรนวัตกรรม)ให้กับลูกค้าจำนวนมาก มักจะพบว่าสาเหตุหลักๆของการเกิดโรคกรดไหลย้อน ส่วนมากแล้ว จะเกิดจากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน จนทำให้ขาดการดูแลในเรื่องของโภชนาการ การทานอาหารรสจัดเกินไป การทานอาหารที่ย่อยยากและไม่มีตัวช่วยสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร ( อาหารจำพวกผัก ผลไม้) เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้กลายเป็นความเคยชิน กรดไหลย้อนก็เริ่มถามหาเสียแล้ว อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อเราหันมาใส่ใจและเข้าใจในหลักของการแก้ปัญหากรดไหลย้อนอย่างถูกต้องแล้วนั้น ปัญหาจากหนักจะกลายเป็นเบาลงได้อย่างแน่นอน

กรดไหลย้อนเป็นหนึ่งในโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเกิดกรดในกระเพาะ หลั่งออกมาแล้วล้นออกมาผ่านหูรูดกระเพาะอาหาร ส่งผลทำให้เกิดอาการ แสบร้อนกลางอก จุก เสียด แน่น อาหารไม่ย่อย และอาจส่งผลทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ โดยที่ปัจจัยหนุนทำให้โรคนี้มีความรุนแรงมากขึ้นและทำให้รักษาให้หายขาดได้ยากคือ การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer) แผลในกระเพาะอาหารคือ แผลที่เกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุของกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น อาการที่พบได้บ่อยคือ ปวดท้อง มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร หรือการใช้ยาแก้ปวดต้านการอักเสบในกลุ่มเอ็นเสดเป็นเวลานาน เช่น แอสไพริน ไอบูโปรเฟน เป็นต้น การสูบบุหรี่ หรือการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ การรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดอาจทำให้อาการหนักยิ่งขึ้น

แผลในกระเพาะอาหารพบมากในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป (แต่ก็สามารถพบได้ในทุกวัย) หากปล่อยไว้แล้วไม่ได้รับการรักษาจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ อาการของแผลในกระเพาะอาหารนั้นจะมีอาการบ่งชี้ถึงอาการสำคัญของโรคแผลในกระเพาะอาหารคือ อาการปวดท้อง หรือแสบที่กระเพาะอาหาร มักมีอาการตอนท้องว่างหรือประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร อาจตื่นกลางดึกจากอาการปวดหรือแสบท้อง อาการจะดีขึ้นเมื่อรับประทานอาหารหรือยาลดกรด และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยดังต่อไปนี้

แสบร้อนกลางอก คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก รู้สึกจะเป็นลม น้ำหนักลดลง เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย เรอ แน่นท้อง หรือท้องอืด หลังรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหากมีอาการข้างต้นควรไปพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัย หรือหากยังมีอาการปวดอีกครั้งหลังรับประทานยาลดกรด และ หากอาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด รู้สึกเจ็บแปลบที่ท้อง

อาการแสบร้อนกลางอก จากโรคกรดไหลย้อน พบได้บ่อยในระยะที่ 3

 

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุของแผลในกระเพาะอาหารในระบบทางเดินอาหารเนื่องจากชั้นเมือก (Mucous) เคลือบอยู่อย่างไม่สมดุล  หากปริมาณของน้ำเมือกและกรดไม่สมดุลกัน จะทำให้เกิดแผลที่เยื่อบุของกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นได้ ส่งผลให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร โรคแผลในกระเพาะอาหารมีหลายสาเหตุดังต่อไปนี้

  • เชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร ( Pylori) จะอาศัยอยู่ในเยื่อบุกระเพาะอาหาร เป็นสาเหตุให้เกิดการระคายเคือง และยังเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเสียหายจากกรดในกระเพาะอาหาร (เพิ่มความรุนแรง) สามารถติดเชื้อได้กับทุกวัย แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดผู้ป่วยบางรายจึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไรได้มากกว่าผู้ป่วยรายอื่น ๆ
  • การใช้ยาแอสไพริน ไอบูโปรเฟน นาโปรเซน รวมถึงยาแก้ปวดต้านการอักเสบในกลุ่มยาเอ็นเสด (NSAIDs) อื่น ๆ เป็นเวลานาน ทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก
  • ปัจจัยอื่น ๆ และพฤติกรรมบางอย่าง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ เช่นการสูบบุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์การรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด
  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป พบได้มากขึ้นในผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร
  • ผู้ที่มีระดับแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia)

โรคกรดไหลย้อน แก้ด้วยหลัก 3ส. 

หากเราเข้าใจสาเหตุหลักๆของโรคกรดไหลย้อนกันแล้ว ทีนี้ลองมาดูว่า การ ปรับแก้ โรคกรดไหลย้อน แบบเด็ดขาด ทำได้อย่างไรบ้าง การแก้ปัญหาโรคกรดไหลย้อน กระเพาะอักเสบเรื้อรัง จากประสบการณ์การแนะนำที่บอกต่อไปยังผู้ที่มีปัญหาโรคกรดไหลย้อนมาแล้วหลายต่อหลายคน เราสามารถแก้ให้หายขาดด้วยเทคนิคตามแบบฉบับบของนายขมิ้นชัน คือการแก้ได้ด้วยหลัก 3ส ดังต่อไปนี้ ส ที่ 1 สุขภาพร่างกายและจิตใจดี ตามมาด้วย ส ที่ 2 สุขโภชนาการดี และอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญคือ ส ที่ 3  เสริมสมุนไพรนวัตกรรม

แก้กรดไหลย้อนง่ายๆด้วยหลัก 3 ส.

  1. สุขภาพร่างกายและจิตใจดี คือหลักเบื้องต้นที่สำคัญที่สุด เพราะหากเรามีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว การแก้ปัญหาจะยิ่งมีประสิทธิภาพสูง ในคนที่มีปัญหาเรื้อรัง เป็นมานานกว่า 10 ปี ส่วนมากแล้ว สุขภาพจะทรุดโทรมตามไปด้วย เราต้องเริ่มลุกขึ้นมาปฏวัติตัวเองเสียใหม่ หากใครไม่เคยออกกำลังกาย ต้องต้องเป้าให้ได้อย่างน้อย วันละ 30 นาที สำหรับคนที่เป็นกรดไหลย้อน เราสามารถออกกำลังกายตามคำแนะนำ “การออกกำลังกายสำหรับคนเป็นกรดไหลย้อน” การออกกำลังกายหลายแบบที่ช่วยทำให้ร่างกายและจิตใจเรารู้สึกผ่อนคลายได้ด้วย
    1. จัดการหรือรับมือกับความเครียดด้วยการออกกำลังกาย ใช้เวลากับเพื่อน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ชื่นชอบ เพราะความเครียดอาจทำให้อาการของแผลในกระเพาะอาหารแย่ลงได้
    2. เป็นที่รับรองกันแล้วในวงการการแพทย์ว่า ความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ อาการกรดไหลย้อนที่มีสาเหตุเกิดจากความเครียด มักจะเกิดจากการที่มีกรดเกินในกระเพาะอาหาร โอาจมีอาการแสบร้อนท้องร่วมด้วย
    3. เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันระหว่าง การทำงานของลำไส้ สมอง และกระเพาะอาหาร หากลำไส้ดี ก็จะส่งผลทำให้สุขภาพโดยรวมดีตามไปด้วย และเมื่อสุขภาพโดยรวมดี การแก้ปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน จะยิ่งเห็นผลเร็ว
  2. สุขโภชนาการดี การป้องกันแผลในกระเพาะอาหารทำได้ด้วยตัวเราเอง เริ่มต้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือปรับวิถีชีวิตบางอย่าง เพื่อป้องกันและบรรเทาอาการของแผลในกระเพาะอาหาร โดยปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้
    1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินซี รวมถึงอาหารที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีชีวิต (Probiotics) เช่น โยเกิร์ต ชีส
    2. ข้อแนะนำให้ทานผักสีเขียวคู่กับกะหล่ำปลีในสัดส่วน
      1. มื้อเช้า 80:20
      2. มื้อกลางวัน 50:50
      3. มื้อเย็น 30:70 และบวบหอมต้มด้วย
    3. หลีกเลี่ยงการดื่มนม เพราะอาจช่วยลดอาการปวดท้องในเบื้องต้น แต่จะเพิ่มปริมาณของกรดในกระเพาะอาหารและทำให้มีอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้นในภายหลัง
    4. หากใช้ยาบรรเทาอาการปวดเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาบรรเทาอาการปวดอื่น ๆ เช่น เลือกใช้พาราเซตามอล หรืออะเซตามิโนเฟน เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
    5. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำปริมาณกรดในกระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้น และอาจส่งผลต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร
    6. ลดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากจะไปกัดชั้นเมือกในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นสาเหตุให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ และไม่ควรรับประทานยาพร้อมกับการดื่มแอลกอฮอล์
    7. ล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง รวมถึงหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในช่วงก่อนนอน
    8. ข้อแนะนำสำหรับ โภชนาการพิชิตกรดไหลย้อน โภชนาการจำเป็นสำหรับคนเป็นกรดไหลย้อน ทุกระยะ
      • การควบคุมอาหารที่เป็นตัวกระตุ้น ให้กล้ามเนื้อส่วนหูรูดบนกระเพาะอาหารไม่กระชับ ด้วยการงดอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ อันได้แก่ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ใบเปปเปอร์มินต์ ของทอดทุกชนิด รวมไปถึงอาหารที่มีไขมันสูง
      • หลีกเลี่ยงอาหารที่เพิ่มกรดในกระเพาะ เพื่อป้องกันความรุนแรงของอาการ และลดความเจ็บปวดจากกรด อาหารที่ควรลดได้แก่ อาหารเผ็ดร้อนทุกชนิด พริก น้ำชา กาแฟ กระเทียม หัวหอม หน่อไม้ฝรั่ง อาจรวมไปถึงไข่ ก๋วยเตี๋ยว แป้ง ข้าวโพด พาสต้า ลูกพรุน น้ำมะเขือเทศ ส้ม และที่สำคัญคือควรงดน้ำอัดลม
      •  ผลไม้ที่แนะนำให้ทาน
        • แตงไทย มีฤทธิ์เย็น เหมาะกับคนที่มีอาการร้อนท้อง
        • แคนตาลูป มีฤทธิ์เย็น ทานแล้วสบายท้อง อาหารย่อยได้ดี
        • ชมพู่ ไม่หวาน ไม่เปรี้ยว ช่วยขับถ่าย
        • กล้วยน้ำว้า (ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรทาน) ช่วยในการย่อยอาหาร เคลือบลำไส
      • ผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง
        • กลุ่มผลไม้ที่มีรสหวาน มีน้ำตาลทุกชนิด เช่น ลำไย เงาะ แตงโม ฯลฯ เมื่อทานเข้าไปจะออกฤทธิ์เป็นกรดที่ลำไส้เล็ก รวมถึงแครอท ที่ทำให้ท้องอืดด้ว
        • ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทุกชนิด เช่นมะเขือเทศ แก้วมังกร ฝรั่ง เสาวรส มะนาว ฯลฯ เมื่อทานไปแล้ว จะออกฤทธิ์เป็นกรด ทำให้จุกท้อง บางคนจะมีอาการแสบท้องร่วมด้วย.
นักวิจัยด้านสมุนไพรไทย เจ้าของสูตรขมิ้นชันละลายน้ำ 16000 เท่า

 

3. เสริมสมุนไพรนวัตกรรม นอกจากวิธีการแก้ปัญหาโรคกรดไหลย้อนที่ต้นเหตุดังได้กล่าวมาแล้ว หากคุณยังสนใจในวิธีการป้องกันและดูแลให้หายขาด ด้วยสมุนไพรนวัตกรรม ทางเลือกใหม่ของการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลโรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง นายขมิ้นชันขอแนะนำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรแท้ ที่เกิดจากงานวิจัย ที่ได้ทำการค้นคว้าทดลองอย่างต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี จนสามารถผลิตเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอันทรมานเหล่านี้ให้กับผู้คนมาแล้วมากมาย สินค้าที่ผ่านการรับรองจาก อ.ย. ผ่านการควบคุมจากหน่วยงานของรัฐ ได้รับรางวัลจากหลายเวทีประกวดทั้งในไทย และต่างประเทศ กล่าวคือ ผลิตภัณฑ์ภายใต้งานวิจัยของ ดร.ณสพณ โพธิ์วิจิตร และ บริษัท ดีท็อกซ์ ประเทศไทย จำกัด มีจุดมุ่งหมายวำคัญ คือการนำส่งคุณค่าของสมุนไพรนวัตกรรม สู่ผู้บริโภคทั้งในไทยและต่างประเทศ มีผู้ใช้ผลิตภัณฑ์นี้มาแล้วมากมาย ผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาดผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายที่ได้รับการคัดเลือก และอบรมให้ความรู้จนเกิดความเชี่ยวชาญมาแล้วมากกว่า 3 ปี จึงได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก

หากคุณสนใจในรายละเอียดลองคลิกเข้าไปดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์นี้ได้เลย ขมิ้นชันสูตรนาโน นวัตกรรมสมุนไพรไทย  

 

(Visited 2,252 times, 1 visits today)

1 thought on “โรคกรดไหลย้อน แก้ให้หายขาด ด้วยหลัก 3ส.”

Comments are closed.